กรอบความร่วมมืออาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี)
1. ภูมิหลัง
กรอบความร่วมมืออาเซียน+3 เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2540 ในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
โดยผู้น าของประเทศสมาชิกอาเซียนและผู้น าของจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ได้พบหารือกันเป็นครั้งแรกที่
กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือน ธ.ค. 2540 และหลังจากนั้น ได้มีการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน+3 เรื่อยมา ปัจจุบัน
ความร่วมมืออาเซียน+3 ครอบคลุมเกือบ 20 สาขา1
และมีการประชุมระดับต่าง ๆ กว่า60กรอบ
เพื่อก าหนดแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างกัน ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 3 เมื่อปี 2542 ได้ออก
แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือเอเชียตะวันออก(Joint Statement on East Asia Cooperation) และจัดตั้งกลุ่ม
วิสัยทัศน์เอเชียตะวันออก รุ่นที่ 1 (East Asia Vision Group I –EAVG I) เพื่อก าหนดวิสัยทัศน์ความร่วมมือในเอเชีย
ตะวันออก โดยในปี 2544 EAVG I ได้มีข้อเสนอให้จัดตั้งประชาคมเอเชียตะวันออก (East Asian community -EAc2
)
และก าหนดมาตรการความร่วมมือด้านต่าง ๆ กว่า 57 สาขา เพื่อน าไปสู่การจัดตั้ง EAcในอนาคต
ในการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 9 ในปี 2548 ผู้น าได้รับรองปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการประชุม
สุดยอดอาเซียน+3(Kuala Lumpur Declaration on the ASEAN+3 Summit) ซึ่งก าหนดให้การจัดตั้งประชาคมเอเชีย
ตะวันออกเป็นเป้าหมายระยะยาว และให้กรอบอาเซียน+3 เป็นกลไกหลักเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ ใน
โอกาสครบรอบ 10 ปีของความร่วมมืออาเซียน+3 ในปี 2550 ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือเอเชีย
ตะวันออก ฉบับที่ 2 (2nd Joint Statement on East Asia Cooperation) และแผนงานความร่วมมืออาเซียน+3 (ฉบับปี
2550-2560) ซึ่งก าหนดแนวทางด าเนินความร่วมมือตามแถลงการณ์ฯซึ่งได้มีการรับรองแผนฉบับปรับปรุงเมื่อปี 2556
ในการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 สมัยพิเศษ ฉลองครบรอบ 15 ปีของความสัมพันธ์ เมื่อปี 2555 ได้มีการ
รับรองรายงานของกลุ่มวิสัยทัศน์เอเชียตะวันออก รุ่นที่ 2 (East Asia Vision Group II –EAVG II) ที่จัดตั้งขึ้นในปี 2554
โดยก าหนดมาตรการส่งเสริมความร่วมมือกว่า 25 สาขา โดยตั้งเป้าหมายในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจเอเชีย
ตะวันออกในปี 2563 เพื่อปูทางสู่การเป็นประชาคมเอเชียตะวันออกในอนาคต
2. กลไกความร่วมมืออาเซียน+3
กลไกการด าเนินความสัมพันธ์ในภาพรวมของอาเซียน+3 แบ่งออกเป็น
3 ระดับใหญ่ได้แก่ (1) การประชุม
สุดยอดผู้น าอาเซียน+3(ASEAN+3Summit) ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดียวกับการประชุมสุดยอดอาเซียนในช่วงปลายปี
ของทุกปี (2) การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน+3(ASEAN Post Ministerial Conference-PMC) ในช่วง
ครึ่งหลังของทุกปี (3) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน+3ในช่วงกลางปีของทุกปี
3. ภาพรวมความร่วมมืออาเซียน+3
3.1 ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง
การเมืองและความมั่นคงกลไกหลักคือการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสามและการประชุมรัฐมนตรี
อาเซียนบวกสาม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
1
สาขาความร่วมมืออาเซียน+3 ประกอบด้วย (1) การเมืองและความมั่นคง (2) อาชญากรรมข้ามชาติ (3) การค้าและการลงทุน
(4) การเงิน (5) การท่องเที่ยว (6) อาหาร การเกษตร การประมง และป่าไม้ (7) เหมืองแร่ (8) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(9) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (10) พลังงาน (11) สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (12) เครือข่ายวิชาการ
(13) การบรรเทาความยากจน และการพัฒนากลุ่มผู้ด้อยโอกาส (14) วัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
(15) การศึกษา (16) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (17) สาธารณสุข และ (18) การบริหารจัดการภัยพิบัติ
2
สาเหตุที่ใช้ c ตัวเล็ก ในค าว่า community เพราะEAcเป็นเป้าหมายระยะยาวที่ยังไม่มีการก าหนดรูปแบบ หรือโครงสร้างที่ชัดเจน
ในขณะที่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) มีความชัดเจนทั้งในด้านโครงสร้าง องค์ประกอบ และเงื่อนเวลาอาชญากรรมข้ามชาติกลไกหลักคือ APT Ministerial Meeting on Transnational Crime
(AMMTC+3) และ APT Senior Officials Meeting on Transnational Crime (SOMTC+3) ที่มีการประชุมทุก 2 ปี
โดยล่าสุด การประชุมครั้งที่ 6 จัดขึ้นที่เวียงจันทน์ เมื่อเดือน ก.ย. 2556 โดยมุ่งเน้นการด าเนินกิจกรรมต่างๆ อาทิ
การจัดสัมมนา การฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมาย 3.2 ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
ในปี 2556 อาเซียนกับประเทศ+3 มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 726,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (28.9% ของ
ปริมาณการค้าของอาเซียน) โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.8% นอกจากนี้ มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากประเทศ+3 เป็น
มูลค่าทั้งสิ้น 35,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (28.7% ของการลงทุนทั้งหมดในอาเซียน) โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.6%
3.2.1 การเงิน กลไกหลักคือการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าธนาคารกลางอาเซียน+3 (ASEAN Plus
Three Finance Ministers and Central Bank Governors Meeting (AFMGM+3) โดยล่าสุด มีการประชุมครั้งที่ 17
ที่เมืองอัสตานา คาซักสถาน เมื่อเดือน พ.ย. 2557 โดยมีความร่วมมือ 2 มาตรการหลักได้แก่
(1) มาตรการริเริ่ม
เชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี(Chiang Mai Initiative Multilateralisation – CMIM) ซึ่งริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2543 และ
(2) มาตรการตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Market Initiative – ABMI) รายละเอียดดังนี้
(1) มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี(Chiang Mai Initiative Multilateralisation -
CMIM) เป็นการยกระดับมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (Chiang Mai Initiative – CMI) ซึ่งเป็นกลไกสับเปลี่ยนเงินตราทวิภาคี
ของประเทศในภูมิภาคเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาวิกฤตการเงินในเบื้องต้น โดยแก้ไขสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศใน
ระยะสั้นที่ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2543 ต่อมา CMIM ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2553 เพื่อเป็นกองทุนเงินส ารองร่วม
(reserve pool) เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินในภูมิภาค
ซึ่งสมาชิกที่ประสบปัญหาสภาพคล่องสามารถ
แลกเปลี่ยนเงินตราของตนกับกองทุนฯ ตามสัดส่วนที่คำนวณจากสัดส่วนในการลงขัน โดยที่ประชุม AFMGM ครั้งที่ 15
ที่กรุงมะนิลา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2555 ได้ขยายวงเงิน CMIM เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มสัดส่วน
การให้ความช่วยเหลือที่ไม่เชื่อมโยง (de-linked portion) กับเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือของกองทุนการเงินระหว่าง
ประเทศ (International Monetary Fund - IMF) จากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 30 ในปี 2557
นอกจากนี้ ได้มีการจัด
ตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3
Macroeconomic Research Office - AMRO) ในปี 2554 ที่สิงคโปร์ โดยท าหน้าที่เฝ้าระวัง วิเคราะห์ และประเมิน
สภาวะเศรษฐกิจ
ในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนกลไก CMIM โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างยกระดับเป็นองค์การระหว่างประเทศ
(2) มาตรการตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Market Initiative – ABMI) เป็นนโยบาย
ที่มุ่งสนับสนุนให้น าเงินออมในภูมิภาคมาลงทุนในระยะยาวภายในภูมิภาค โดยการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของ
ภูมิภาคให้แข็งแกร่ง โดยหนึ่งในกลไกหลักประกอบด้วยการจัดตั้งหน่วยงานค้ าประกันสินเชื่อและการลงทุน (Credit
Guarantee and Investment Facility - CGIF) ซึ่งมีลักษณะเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารเพื่อการ
พัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank - ADB) เพื่อท าหน้าที่เป็นผู้ค้ าประกัน (Trustee) เพื่อสนับสนุนการออก
พันธบัตรโดยภาคเอกชน เพื่อให้ธุรกิจเอกชนสามารถระดมทุนจากตราสารหนี้ได้จากทุกประเทศในกรอบอาเซียน+3
โดย CGIF มีวงเงินเริ่มต้น 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐและได้ขยายวงเงินเป็น 1,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2557
3.2.2 การท่องเที่ยวกลไกหลักคือ ASEAN Plus Three Tourism Ministers Meeting (M-ATM+3)
โดยในปี 2013 มีจ านวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาในภูมิภาคอาเซียน+3 จ านวนทั้งสิ้น 230 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม
4.37% โดยมีความร่วมมือที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพของบุคลากร การตลาดร่วม และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
3
3.2.3 การเกษตรกลไกหลักคือ ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry Meeting with Plus
Three Countries (AMAF+3) โดยมีการประชุมล่าสุดครั้งที่ 14 ที่กรุงเนปิดอว์ ในปี 2557 โดยมุ่งเน้นสาขาความมั่นคง
ทางอาหารและพลังงานชีวภาพ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการวิจัย
และพัฒนาด้านการเกษตร โดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 12 เมื่อปี2552 ที่อ าเภอชะอำ หัวหิน ได้รับรอง
Cha-am Hua Hin Statement on ASEAN Plus Three Cooperation on Food Security and Bio-Energy
Development เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน รวมถึงจัดตั้งองค์กรส ารองข้าวฉุกเฉิน
ของอาเซียน+3 (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve - APTERR)ซึ่งได้มีการลงนามความตกลงจัดตั้ง
APTERR และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่12 กรกฏาคม 2555 ทั้งนี้ ส านักงานเลขานุการ APTERR มีที่ตั้งอยู่ที่ส านักงาน
เศรษฐกิจการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยมีนายวิโรจน์ แสงบางกา เป็นผู้อ านวยการส านักงานเลขานุการฯ
3.2.4 พลังงาน กลไกหลักคือ APT Ministers on Energy Meeting (AMEM+3) โดยล่าสุดมีการ
ประชุมครั้งที่ 11 ที่เวียงจันทน์เมื่อปี 2557 โดยมุ่งเน้นกิจกรรมเวทีสัมมนาในสาขาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ตลาด
น้ ามัน ความมั่นคงทางพลังงาน พลังงานทดแทน และการประหยัดพลังงาน โดยเน้นสร้างศักยภาพ แลกเปลี่ยนข้อมูล
3.3 ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม
3.3.1 ด้านการศึกษากลไกหลักคือ APT Education Ministers Meeting (APT-EMM) โดยมี
การประชุมครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 2 ที่กรุงเวียงจันทน์เมื่อเดือน ก.ย.2557 โดยมีASEAN Plus Three Plan of Action
on Education (2010 –2017) เพื่อก าหนดแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือ โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยน และ
การประกันคุณภาพหลักสูตร
3.3.2 ด้านวัฒนธรรม กลไกหลักคือ APT Ministers Responsible for Culture and Arts
(AMCA+3) โดยการประชุมครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่เมืองเว้ เมื่อเดือน เม.ย. 2557 โดยมีWork Plan on Enhancing APT
Cooperation in Cultureก าหนดแนวทางความร่วมมือ โดยมุ่งเน้นการด าเนินนโยบายด้านวัฒนธรรมและศิลปะ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มรดกทางวัฒนธรรม และการพัฒนา SMEs และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
3.3.3 ด้านสิ่งแวดล้อม กลไกหลักคือ ASEAN Plus ThreeEnvironment Ministers Meeting
(AMME+3) โดยมีการประชุมครั้งล่าสุดที่เวียงจันทน์เมื่อเดือน ต.ค.2014โดยมุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนา
อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการน้ า ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
3.3.4 ด้านสาธารณสุขกลไกหลักคือ APT Health Ministers Meeting (APTHMM) โดยมีการ
ประชุมครั้งล่าสุด เป็นครั้งที่ 7 เมื่อเดือน ก.ย. 2557 ที่กรุงฮานอย โดยมุ่งเน้นความร่วมมือเรื่องยาแผนโบราณ
สุขภาพแม่และเด็ก หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการรับมือโรคติดต่อและโรคระบาดอุบัติใหม่ซึ่งล่าสุด
ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ เรื่องการเตรียมความพร้อม
และการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเมื่อวันที่ 15ธ.ค. 2557
3.3.5 ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาสังคม (track II) มีกลไกหารือหลักระหว่างประเทศ
อาเซียน+3 สองกลไก ได้แก่ (1) Network of East Asia Think Tanks (NEAT) ซึ่งเป็นกลไกหารือระหว่างภาค
วิชาการในประเทศอาเซียน+3 และ (2) East Asia Forum (EAF) ซึ่งเป็นกลไกระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และ
ภาควิชาการ
3.4 กองทุนความร่วมมืออาเซียน+3(ASEAN Plus Three Cooperation Fund - APTCF) จัดตั้งขึ้น
เมื่อเดือนเมษายน 2552 เพื่อสนับสนุนการด าเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ในกรอบอาเซียน+3 โดยมีเงินทุน
เริ่มต้น 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยใช้อัตราส่วนการสมทบ 3:3:3:1(จีน:ญี่ปุ่น:กลต.:อาเซียน)
4
4. บทบาทของไทย
ไทยมีบทบาทที่แข็งขันในกรอบอาเซียน+3 และได้ริเริ่มความร่วมมือในหลายสาขา อาทิ เยาวชน การใช้
พลังงานนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม สาธารณสุข และการศึกษา โดยได้ผลักดัน
การออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือเอเชียตะวันออก ฉบับที่ 2 เพื่อก าหนดทิศทางความร่วมมือในกรอบ
อาเซียน+3 การเร่งรัด CMIM การออกแถลงข่าวร่วมว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน+3 เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ
และการเงินโลกและเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน+3 สมัยพิเศษ เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ เมื่อปี 2552และล่าสุด ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ
เรื่องการเตรียมความพร้อมและการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา
นอกจากนี้ ไทยได้ผลักดันให้กรอบอาเซียน+3 มีบทบาทในการสนับสนุนความเชื่อมโยงในอาเซียน และ
ระหว่างอาเซียนกับประเทศ+3 ภายใต้แนวคิดหุ้นส่วนความเชื่อมโยงอาเซียน+3 (ASEAN Plus Three Partnership
on Connectivity) ทั้งนี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องความเป็นหุ้นส่วนความ
เชื่อมโยงอาเซียน+3 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ที่กรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาแนวคิดการส่งเสริมความเชื่อมโยงใน
กรอบอาเซียน+3 อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP)
การจัดตั้งกองทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรอาเซียนในการบังคับใช้ข้อตกลง
และกฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึงส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรม
5. พัฒนาการล่าสุด
4.1การประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 17เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2557 ที่กรุงเนปิดอว์ ที่ประชุมยินดีต่อความ
คืบหน้าของความร่วมมือ โดยเฉพาะด้านการเงิน (CMIM และ ABMI) การด าเนินการของ APTERR ในการบรรเทา
การขาดแคลนอาหารจากภัยพิบัติ รวมถึงมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบอาเซียน+3 โดยเฉพาะการส่งเสริม
ความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยการด าเนินการตาม Master Plan on ASEAN Connectivity (MPAC) และ Leaders’
Statement on ASEAN Plus Three Partnership on Connectivity ที่ได้รับรองเมื่อปี 2555 นอกจากนี้ ทปช. ยินดีต่อ
ข้อเสนอของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน+3 สมัยพิเศษ
ว่าด้วยการเตรียมความ
พร้อมและรับมืออีโบลา รวมถึงรับทราบความคืบหน้าของผลการศึกษารายงาน East Asia Vision Group II และให้มี
การรายงานผลการศึกษาพร้อมแผนปฏิบัติการในปี 2558
4.2 รายงานของ East Asia Vision Group (EAVG II) ทปช. สุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 16 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2556
ที่บันดาร์เสรีเบกาวัน เห็นพ้องให้ศึกษาข้อเสนอจากรายงานของ EAVG II ซึ่งเป็นข้อเสนอจากกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิจาก
ประเทศในกรอบอาเซียน+3 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกรอบอาเซียน+3 และบรรลุการเป็นประชาคมเอเชียตะวันออก
ในอนาคต เพื่อน าไปสู่การปฏิบัติ โดยล่าสุด ทปช. สุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 17 เมื่อเดือน พ.ย. 2557 ที่กรุงเนปิดอว์
ได้รับทราบความคืบหน้าและให้มีการเสนอผลการศึกษารายงานฯ พร้อมแผนปฏิบัติการต่อ ทปช. สุดยอดอาเซียน+3
ครั้งที่ 18 ในปี 2558 โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการติดตามการเสนอรายชื่อประเทศเพื่อเป็น lead country และจัดท า
action plan
ของข้อเสนอต่าง ๆ
************************

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น